วันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2569
เวลา 12:00 น. เดินทางมาถึงทางเข้าหมู่บ้านซาตี ด้านข้างเสาหินมีรูปปั้นเสือดาวหิมะซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์ประจำชาติของประเทศคาซัคสถาน
ด้านหน้าคือหมู่บ้านซาตี ตั้งอยู่ในหุบเขา
Saty village is located in a picturesque mountainous area at the foot of the Tian Shan ranges.
หมู่บ้านซาตีตั้งอยู่ตรงเชิงเขาเทียนซาน และเป็นประตูหลักสู่อุทยานแห่งชาติทะเลสาบโคลไซ
This small, cozy village is known as the starting point for the famous Kolsai Lakes and Lake Kaindy.
หมู่บ้านเล็กๆนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปยังทะเลสาบโคลไซและทะเลสาบไคน์ดี
เปลี่ยนเป็นรถบัสสีเหลืองสไตล์เรโทรในยุคโซเวียตเพื่อเดินทางต่อไปยังทะเลสาบ
KAvZ is a bus manufacturer in Kurgan, KGN, Russia. 
เด็กน้อยลูกชายคนขับนั่งรถไปเที่ยวด้วยค่ะ
ออกเดินทางกันต่อค่ะ ฝนเริ่มตกปรอยๆ
รถค่อนข้างเก่าแต่คันใหญ่ นิยมใช้ในเส้นทางวิบากเพราะมีความทนทาน
นั่งแล้วต้องหาที่จับให้ดีเพราะไม่มีเข็มขัดนิรภัยค่ะ

จุดหมายคือทะเลสาบไคน์ดี ระยะทางประมาณ 12 กม. เส้นทางค่อนข้างขรุขระนั่งตัวโยนตลอดทาง

คนขับบอกว่าเค้าเพิ่งทำทางให้เรียบขึ้น ก่อนหน้าเป็นหลุมเยอะกว่านี้มาก

ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็มาถึงจุดหมายแล้วค่ะ ไกด์จ่ายค่าเข้าให้เรียบร้อย

รถจอดที่ลานจอด ต้องไปต่ออีก 1.5 กม. มีให้เลือกว่าจะขี่ม้า นั่งรถตู้โซเวียต หรือเดินเท้า

ค่าขี่ม้าไปกลับประมาณ 7,000-10,000 เทงเก้ต่อคน ดูรีวิวมาการขี่ม้าค่อนข้างอันตรายเพราะไม่มีคนจูง

Horseback riding to Lake Kaindy costs around 7,000 to 10,000 KZT per person round-trip.


เส้นทางขี่ม้าจะลัดเลาะไปตามริมเขาและหน้าผาจนถึงทะเลสาบ

พวกเรานั่งรถโซเวียตกันค่ะ คนละ 1,000 เทงเก้

รถเก่ามากแต่ทนทานยังวิ่งเส้นทางวิบากได้ดี

นั่งโยกเยกไปมาสนุกดี

คุณป๋าบอกว่านั่งรถคันนี้แล้วรู้สึกชีวิตไม่ปลอดภัยเลย

ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีก็มาถึงทางเข้าทะเลสาบ

รถจะจอดถึงแค่จุดนี้ ต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 2 กม.

ทางเดินจะเป็นสะพานเหล็กผ่านหุบเขา
ทางเดินค่อนข้างดี พื้นเป็นเหล็ก มีราวกั้นตลอดทาง
ทางเดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆ
ลำธารเล็กๆไหลลงมาจากภูเขา
ทางค่อนข้างเปลี่ยว ถ้าเดินคนเดียวก็น่ากลัวเหมือนกันค่ะ
อากาศดี ลำธารน้ำใสและเย็นมาก
ไม่มีป้ายบอกทาง เดินไปตามสะพานเรื่อยๆ
เดินขึ้นเขาสูงขึ้นเรื่อยๆ วิวด้านหน้าก็สวยมากขึ้น
ธรรมชาติในป่านี้อุดมสมบูรณ์มาก
Lake Kaindy is located 280 kilometers southeast of the city of Almaty.
ทะเลสาบไคน์ดีตั้งอยู่ห่างจากอัลมาตีไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 280 กิโลเมตร
หน้าฝนต้องระวังหินและดินสไลด์จากภูเขา
สะพานบางช่วงเสียหายแต่ก็ซ่อมแซมเรียบร้อย
This area is inside Kolsai Lakes National Park.
พื้นที่ทั้งหมดนี้อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติทะเลสาบโคลไซ
เดินเข้ามาจนเห็นยอดเขาสูงชันอยู่ด้านหน้า
สุดสะพานเป็นทางแยกสองทางไม่มีป้ายบอกให้ไปทางไหน
ทางซ้ายเป็นบันไดปูนขึ้นเขา
ตัดสินใจเดินขึ้นบันไดไปทางขวาเพราะเส้นทางดูดีกว่า
ด้านบนเป็นทางราบเดินลงเขา
เดินต่อไปเรื่อยๆ เริ่มกลัวหลงทางนิดๆเพราะไม่มีคนเลยค่ะ
มีคนเดินสวนออกมาดีใจมากเพราะเรามาถูกทาง
มองเห็นทะเลสาบอยู่ทางซ้ายมือ
หาทางลงไปยังทะเลสาบ
น้ำในทะเลสาบสีสวยมาก
Kaindy Lake is a submerged forest lake in the Almaty Region of Kazakhstan.
ทะเลสาบไคนดีเป็นทะเลสาบป่าจมน้ำของภูมิภาคอัลมาตี ประเทศคาซัคสถาน
The lake is located in a gorge of the Kungey Alatau, near the village of Saty,
ทะเลสาบตั้งอยู่ในหุบเขาของเทือกเขาคุงเกย์ อลาเตา ใกล้กับหมู่บ้านซาตี
Kaindy Lake and the sunken spruce forest
ทะเลสาบไคน์ดีและป่าสนที่จมอยู่ใต้น้ำ
The lake is approximately 400 meters long.
ทะเลสาบมีความยาวประมาณ 400 เมตร

It is situated at an altitude of 1667 meters above sea level.
ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 1667 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีความลึกที่จุดลึกสุดอยู่ที่ 30 เมตร
The lake reaches depths of nearly 30 meters.
ไกด์เพิ่งเดินมาถึง เลยมาถ่ายภาพหมู่ให้ค่ะ
The lake is a product of the great earthquake of early 1911.
ทะเลสาบแห่งนี้เป็นผลมาจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในช่วงต้นปี ค.ศ.1911
It is known in English as the Kebin earthquake and in Russian as the Kemin earthquake.
ในภาษาอังกฤษเรียกว่าแผ่นดินไหวเคบิน และในแหล่งข้อมูลของรัสเซียเรียกว่าแผ่นดินไหวเคมิน
The main shock to 3 January 1911 at 23:25 UTC, with a magnitude of about 8.0 Mw.
แผ่นดินไหวหลักเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มกราคม ค.ศ. 1911โดยมีความรุนแรงประมาณ 8.0 แมกนิจูด
This earthquake levelled most of what was then Almaty and set off huge landslides in the mountains.
แผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองอัลมาตีพังทลายและเกิดดินถล่มครั้งใหญ่ในแถบภูเขา
In the Kaindy gorge a mass of limestone broke away and formed a natural dam.
ในหุบเขาไคน์ดี หินปูนขนาดใหญ่ได้แตกออกและก่อตัวเป็นเขื่อนธรรมชาติ
The mountain river backed up behind it and flooded a spruce forest on the slope.
แม่น้ำบนภูเขาได้ไหลย้อนกลับมาอยู่ด้านหลังเขื่อนและท่วมป่าสนบนเนินเขา
The name Kaindy is usually translated as "birch".
But the birch grove is further down the gorge, not around the lake itself.
ชื่อ Kaindy มักแปลว่า "ต้นเบิร์ช" แต่ป่าเบิร์ชอยู่ลึกลงไปในหุบเขาไม่ได้อยู่รอบๆ ทะเลสาบ
The lake surface often has bluish-green color, caused by lime and other minerals in the clear water.
น้ำในทะเลสาบมีสีเขียวแกมน้ำเงินซึ่งเป็นผลจากสารประกอบในหินปูนและแร่ธาตุอื่นๆ
The Kaindy river flows into the lake, passing through a two-sided rock face about 20 meters high.
แม่น้ำไคน์ดีไหลลงสู่ทะเลสาบ โดยไหลผ่านหน้าผาหินสองด้านที่มีความสูงประมาณ 20 เมตร
เดินขึ้นไปชมวิวมุมสูงของทะเลสาบ
จุดชมวิวเป็นระเบียงไม้ยื่นไปในทะเลสาบ
The Kaindy lake is famous for the dead and bleached spruce trees that stick out of the water.
ทะเลสาบแห่งนี้มีชื่อเสียงจากต้นสนที่ตายและซีดขาวจำนวนมากที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำ
The tree is the Tian Shan spruce, also called Schrenk’s spruce (Picea schrenkiana).
ต้นไม้นี้คือสนเทียนซาน หรือที่เรียกว่าสนชเรนค์
The lake contains trunks of submerged Picea schrenkiana trees that rise above the surface of the lake.
ภายในทะเลสาบเต็มไปด้วยลำต้นของสนชเรนค์ (สนเทียนซาน) ที่โผล่พ้นผิวน้ำ
The trunks have survived in the cold water for more than a century.
ลำต้นของต้นไม้เหล่านี้มีชีวิตอยู่รอดในน้ำเย็นมานานนับร้อยปี

Their tops still poke above the surface, and the branches below are visible through the clear water.
ยอดสนโผล่พ้นผิวน้ำ กิ่งก้านด้านล่างและรากก็มองเห็นได้ผ่านน้ำใส
ไกด์เดินตามมาเก็บภาพให้ค่ะ
The cold water helps preserve the tree trunks, which are overgrown with algae and other water plants.
น้ำที่เย็นของทะเลสาบช่วยคงสภาพลำต้นของต้นสนเหล่านี้ มีตะไคร่และพืชน้ำอื่นๆขึ้นปกคลุม
The upper part of the trees protruding from the water lost their side branches and bark, and the wood turned white.
ส่วนของต้นไม้ที่โผล่พ้นน้ำออกมาไม่มีกิ่งก้านและเปลือกไม้เหลืออยู่เลย และเนื้อไม้เปลี่ยนเป็นสีขาว
It resembles a submerged squadron with the bare trunks of the trees being the masts of sunken ships.
ดูไกลๆคล้ายกับกองเรือที่จมอยู่ใต้น้ำ โดยลำต้นของต้นไม้เหมือนเป็นเสากระโดงของเรือที่อับปางลง
ร้านขายขนมและเครื่องดื่ม
ห้องน้ำ
Teleut Squirrel (Eurasian Red Squirrel)
กระรอกแดงชื่อเรื่องความสวยงาม ในฤดูหนาวจะเปลี่ยนสีขนเป็นสีขาว เทา เงิน ตัดกับหูสีน้ำตาลเข้ม
เดินเล่นสักพักก็เดินย้อนกลับทางเดิมค่ะ
This lake has fewer tourists than Kolsay Lakes. The lake retains a peaceful atmosphere.
อุทยานแห่งนี้มีบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นธรรมชาติมาก
ทะเลสาบไคน์ดีมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าทะเลสาบโคลไซที่มีชื่อเสียงมากกว่า
Kaindy lake is also known for ice diving and trout fishing in the winter season.
ทะเลสาบนี้เป็นที่รู้จักจากกิจกรรมดำน้ำแข็งและตกปลาเทราต์ในฤดูหนาว
เดินออกมาขึ้นรถโซเวียตกลับไปยังลานจอดรถ
ค่ารถขากลับก็คนละ 1,000 เทงเก้เหมือนเดิม
รถมาส่งที่ทางออกตรงคอกม้า
เก็บภาพกับม้าก่อนกลับ
รถโซเวียตทุกคันเก่ามากแต่ยังวิ่งได้ดี ทนทานมาก
ข้างนอกฝนตก เข้ามานั่งรอคนขับและไกด์ในรถค่ะ
เวลา 14:30 น. ใช้เวลาประมาณ 30 นาที มาถึง Guest House Zhuldyz-1 เพื่อทานอาหารกลางวัน
มื้อนี้ทานอาหารพื้นเมืองกันค่ะ (ค่าอาหารรวมอยู่ในค่าทัวร์) มีของทานเล่นหลายอย่าง
Baursak ขนมปังทอดแบบดั้งเดิมของเอเชียกลาง ใช้ต้อนรับแขกหรือในเทศกาลสำคัญ
ข้าวสตูว์ไก่
ข้าวสตูว์เนื้อ
อาหารจานนี้เรียกภาษาพื้นเมืองว่า Goulash อาหารอร่อยดีค่ะ ทานกับเครื่องเคียง
ทานอาหารเสร็จไกด์ก็เล่นดนตรีพื้นเมืองให้ฟังค่ะ
The dombra (Dombyra)
It is an ancient chronicle of a nomadic people and the principal national instrument of Kazakhstan.
ดอมบราคือเครื่องดนตรีพื้นเมืองประเภทเครื่องดีด 2 สาย
เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของประเทศคาซัคสถาน
ที่นี่เป็นโฮมสเตย์ครอบครัวยอดนิยมในหมู่บ้านซาตี มีห้องพักแบบห้องและแบบกระโจมเยิร์ต
หมู่บ้านนี้เป็นจุดแวะพักหลักสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวทะเลสาบ เข้าห้องน้ำก่อนออกเดินทาง
เวลา 15:30 น. เดินทางมาถึงด่านเก็บเงิน Kolsay National Park Toll Booth
ไกด์สแกนจ่ายค่าเข้าเรียบร้อย
ขับรถต่อไปตามถนน P-16 อีก 5 กม. ฝนยังตกตลอด
คนขับจอดรถที่ลานจอดรถ มีโรงแรมและร้านอาหาร
Kolsay Lakes National Park
เดินลงไปยังทะเลสาบระยะทางประมาณ 500 เมตร ทางเดินเป็นถนนลาดยางอย่างดี
It is located on the north slope of the Tian Shan Mountains, southeast Kazakhstan.
อุทยานแห่งชาติทะเลสาบโคลไซ ตั้งอยู่บนเนินเขาทางทิศเหนือของเทือกเขาเทียนซาน
The park is located 10 km from the border with Kyrgyzstan.
อุทยานนี้อยู่ห่างจากชายแดนคีร์กีซสถาน 10 กิโลเมตร
Known locally as the "Pearls of the Tien Shan"
อุทยานแห่งชาติทะเลสาบโคลไซ มักถูกเรียกว่า "ไข่มุกแห่งเทียนซาน"
มองเห็นทะเลสาบโคลไซอยู่ด้านหน้าแล้วค่ะ
ระเบียงชมวิว
The park's main feature are the Kolsay Lakes.
จุดเด่นของอุทยานนี้คือทะเลสาบโคลไซ
Kolsai Lakes National Park is one of Kazakhstan’s most breathtaking natural treasures.
อุทยานแห่งชาติทะเลสาบโคลไซเป็นหนึ่งในสมบัติทางธรรมชาติที่งดงามที่สุดของคาซัคสถาน

The Kolsai Koldery national park has been part of UNESCO’s World Network of Biosphere Reserves
since 15 September 2021.
อุทยานแห่งชาติโคลไซได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายเขตสงวนชีวมณฑลโลก
ของยูเนสโก ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 2021
ถนนช่วงครึ่งหลังเป็นดินและกรวด ด้านข้างมีสะพานบันไดไม้ยาวลงไปถึงด้านล่างเดินสบาย
The Kolsai Lakes are a chain of three mountain lakes in the Kolsai gorge.
ทะเลสาบโคลไซเป็นกลุ่มทะเลสาบภูเขา 3 แห่งที่เรียงตัวกันอยู่ในหุบเขาโคลไซ
The major lakes are Lower Kolsay Lake, Middle Kolsay Lake and Upper Kolsay Lake.
ทะเลสาบได้แก่ ทะเลสาบโคลไซตอนล่าง ทะเลสาบโคลไซตอนกลาง และทะเลสาบโคลไซตอนบน
Lower Kolsay Lake is a natural mountain reservoir formed by landslides that block the Kolsay River.
ทะเลสาบโคลไซตอนล่างเป็นอ่างเก็บน้ำธรรมชาติบนภูเขาที่เกิดจากดินถล่มปิดกั้นแม่น้ำโคลไซ
Middle Kolsay Lake is five kilometers upstream from the lower lake.
ทะเลสาบโคลไซกลางอยู่ห่างจากทะเลสาบด้านล่างขึ้นไปทางต้นน้ำ 5 กิโลเมตร
Upper Kolsay Lake is six kilometers above the middle lake.
ทะเลสาบโคลไซตอนบน ตั้งอยู่เหนือทะเลสาบตอนกลางขึ้นไป 6 กิโลเมตร
สัตว์ป่าและพืชที่พบในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทะเลสาบโคลไซ
กิจกรรมยิงธนู
วันนี้พวกเราไปชมแค่ทะเลสาบโคลไซตอนล่างค่ะ เพราะเส้นทางไปทะเลสาบอีกสองแห่งยังปิดอยู่
The lower lake is accessible by road and has guest-houses and campsites.
ทะเลสาบตอนล่างสามารถเข้าถึงได้โดยทางถนน มีบ้านพักและที่ตั้งแคมป์ให้บริการ
มีรถตู้โซเวียตให้บริการพาขึ้นและลงสำหรับคนที่เดินไม่ไหว (ไม่ทราบราคา)
ป้ายแสดงข้อมูลและแผนที่ในอุทยาน
ทะเลสาบนี้มาสะดวกมากมีทางเดินอย่างดีจนถึงริมทะเลสาบเลยค่ะ
ด้านหน้าคือที่นั่งชมทะเลสาบ ข้างๆเป็นคาเฟ่ "SAF Coffee"
The Lower Kolsai Lake is located at an altitude of 1,818 meters above sea level.
ทะเลสาบโคลไซตอนล่างตั้งอยู่ที่ความสูง 1,818 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล
The lower lake is about 1 km long, 400 meters wide, and 80 meters in depth.
ทะเลสาบนี้มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร กว้าง 400 เมตร และลึก 80 เมตร
The lakes were formed by tectonic activity and ancient landslides that dammed river valleys,
creating the dramatic natural basins.
ทะเลสาบเหล่านี้เกิดขึ้นจากกิจกรรมทางธรณีวิทยาและดินถล่มในสมัยโบราณที่กั้นหุบเขาแม่น้ำ
ทำให้เกิดแอ่งธรรมชาติอันงดงาม
Lakes of landslide-tectonic origin, formed in 1887 and 1911 on the Kaindy and Kolsay rivers.
ทะเลสาบเหล่านี้ ก่อตัวขึ้นประมาณปี ค.ศ. 1887 และ 1911 บนแม่น้ำไคน์ดีและโคลไซ
The park's lakes are strung along the Kolsay River, which flows south-to-north out of the Tian Shan.
ทะเลสาบในอุทยานเรียงรายอยู่ตามแม่น้ำโคลไซ ซึ่งไหลจากทิศใต้ไปทิศเหนือของเทือกเขาเทียนซาน
Two ranges of the Tian Shan contribute are the Küngöy Ala-Too Range and the Trans-Ili Alatau.
เทือกเขาที๋เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำ ได้แก่ เทือกเขาคุงโกยอาลาตูและ เทือกเขาทรานส์-อิลีอาลาตู
The lakes and surrounding high pastures have long been known to nomadic Kazakh herders,
who traditionally used this alpine land as summer grazing grounds.
ทะเลสาบและทุ่งหญ้าสูงโดยรอบเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่คนเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนชาวคาซัคมานานแล้ว
โดยพวกเขาใช้พื้นที่ภูเขาสูงแห่งนี้เป็นแหล่งเลี้ยงสัตว์ในฤดูร้อนมาแต่ดั้งเดิม
The pristine turquoise lakes are framed by dense spruce forests and snow-capped peaks.
ทะเลสาบสีฟ้าครามใสบริสุทธิ์ล้อมรอบด้วยป่าสนหนาแน่นและยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ
จุดล่องเรือชมทะเลสาบ
สะพานเชื่อมไปยังทางเดินบนเขาเพื่อไปชมวิวมุมสูง
Kolsai Lakes State National Natural Park was established on 7 February 2007
อุทยานธรรมชาติแห่งชาติรัฐทะเลสาบโคลไซ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2007
The park lives up to its reputation as one of the country’s most spectacular nature escapes.
อุทยานนี้มีชื่อเสียงในฐานะหนึ่งในสถานที่พักผ่อนทางธรรมชาติที่งดงามที่สุดของประเทศ
The trail to the Middle Kolsay Lake is open from April to October, and July to September is the best hiking window.
เส้นทางไปยังทะเลสาบโคลไซตอนกลาง โดยทั่วไปจะเปิดตั้งแต่เดือนเมษายนถึงตุลาคม
และช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเดินป่า
ช่วงนี้เป็นตอนปลายของฤดูหนาว ทะเลสาบหลายแห่งยังเป็นน้ำแข็งเส้นทางเดินป่าก็อันตราย
เก็บภาพริมทะเลสาบแล้วก็เดินกลับทางเดิมค่ะ
ขากลับเป็นทางเดินขึ้นเขาเหนื่อยพอสมควร บางคนก็นั่งรถโซเวียตกลับค่ะ
This region was formally protected as Kolsai Lakes National Park to conserve its distinctive landscapes, rich biodiversity, and cultural heritage.
ภูมิภาคนี้ได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นทางการในฐานะอุทยานแห่งชาติทะเลสาบโคลไซ
เพื่ออนุรักษ์ภูมิทัศน์ ความหลากหลายทางชีวภาพที่อุดมสมบูรณ์ และมรดกทางวัฒนธรรม
ทางเดินสำหรับม้าจะอยู่ด้านข้างริมเขา ไม่ใช้ทางร่วมกับคนเดินเท้า
Kolsay Lakes Town restaurant
ร้านขายของที่ระลึก และร้านถ่ายรูปชุดประจำชาติคาซัคสถาน
ที่พักบนไหล่เขา
วิวเทือกเขาและป่าสนสวยๆ
ดอกแอปริคอตป่ากำลังบาน
Wild apricot (Prunus armeniaca) blossoms in Kazakhstan mark the arrival of spring,
much like cherry blossoms (sakura) in Japan.
ดอกแอปริคอตในคาซัคสถานสวยงามเหมือนซากุระที่ญี่ปุ่น
พบได้บริเวณเชิงเขาและตามถนนหนทางในเมืองซึ่งมีต้นแอปริคอตป่าขึ้นอยู่จำนวนมาก
Wild apricot trees are among the first fruit trees to bloom, appearing in late March to early April.
The delicate white and pink flowers last only a short window of about 7 to 9 days.
ดอกเริ่มบานในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ประมาณปลายเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน
ดอกสีชมพูบานสะพรั่งตัดกับฉากหลังที่เป็นยอดเขาปกคลุมด้วยหิมะของเทือกเขาเทียนซาน
ดอกมีสีขาวและสีชมพูอ่อน เบ่งบานอยู่บนกิ่งก้านที่ยังไม่มีใบ
เดินไปรอคนขับที่ลานจอดรถ เข้าห้องน้ำก่อนกลับ
เวลา 17:00 น. เดินทางกลับอัลมาตี ระยะทาง 290 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม.
Hotel Kolsay Grand
ตอนเย็นยังมีรถเข้ามายังอุทยานเพราะมีที่พักจำนวนมาก
ใช้เส้นทาง P-16 ไปยังหมู่บ้านซาตี
Taushelek Mosque
ขากลับเดินทางยาวไม่มีแวะเที่ยวแล้วค่ะ นั่งอ่านหนังสือ ฟังเพลง ชมวิวตลอดทาง
หมู่บ้านซาตีอยู่ในหุบเขาสวยงาม
ดอกแอปริคอตบานสะพรั่งทั่วทั้งหมู่บ้าน
ทางออกหมู่บ้าน
ถนนคดเคี้ยวไปตามเทือกเขา
วัวเดินกลับบ้านยามเย็น วัวตัวใหญ่มาก
คนขับ ขับช้าๆเพราะคอยระวังวัวที่เดินบนถนน

ป้ายเตือนระวังวัวข้ามถนน และห้ามแซง
Yurt Camp
ชมวิวเทือกเขาเทียนซาน
Bon voyage
เวลา 18:30 น. ชมพระอาทิตย์ตกหลังเทือกเขา
ท้องฟ้าเริ่มมืด
เวลา 20:00 น. แวะจุดพักรถ เข้าห้องน้ำและซื้อของกิน
คุณป๋าซื้ออาหารเย็นสามกล่องมาทานบนรถ
เวลา 21:00 น. เดินทางกลับมาถึงโรงแรม วันนี้เป็นทริปที่ยาวนานถึง 16 ชั่วโมง เหนื่อยแต่สนุกค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น