TUKEMD

__TUKEMD__ชื่อบ้าน อ่านว่า ตุ๊ก-เอ็ม-ดี นะจ๊ะ เป็นชื่อในเน็ตของแม่ตุ๊กเองค่ะ

บ้านหลังน้อย หลังนี้เป็นของแม่ตุ๊ก,น้องมะปราง และ คุณป๋า

เป็นบล็อกเพื่อบันทึกความสุข ความทรงจำ ในการท่องเที่ยวที่ต่างๆของครอบครัวเราค่ะ



2569/02/16

Sevan Lake Sevanavank and Haghartsin Monastery (ชมทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในคอเคซัสและอารามในหุบเขา)

 วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม 2568

อาบน้ำ แต่งตัวเสร็จก็ลงมาทานอาหารเช้า 

ผลไม้ที่นี่สดหวานอร่อยทุกอย่าง

เวลา 8:30 น. เช็คเอ้าท์ วันนี้เราจะเดินทางไปประเทศจอร์เจียกันค่ะ 

คุณป๋าเช่ารถพร้อมคนขับจาก Viator : Transfer from Yerevan to Tbilisi with 2 sightseeing stops

คนขับมาคอยตรงเวลา เอากระเป๋าเดินทางไว้ท้ายรถแล้วก็ออกเดินทางกันเลยค่ะ บนรถมีฟรีไวไฟ

เดินทางออกจากเมืองเยเรวานขึ้นเหนือไปตามถนน Heratsi street

จุดหมายแรกคือทะเลสาบเซวาน อยู่ห่างจากเยเรวานประมาณ 70 กม.

ตอนเช้ารถออกนอกเมืองไม่หนาแน่น ขับสบาย

ห้างสรรพสินค้าชานเมือง Multi Magic Mall

หมู่บ้าน Ptghni ในจังหวัด Kotayk 

M4 Highway

Stone Eagle is a modern highway monument and roadside landmark, constructed in 1968.

ประติมากรรมรูปนกอินทรีตั้งอยู่บนเนินเขาทางทิศเหนือของเมืองเยเรวาน สร้างในปี 1968

จุดหมายคือเมือง Sevan ตรงต่อไปตามถนน M4

Ribbon of eternity in Charentsavan


Hrazdan town

Sevan is a town as well as one of the most popular resorts in Armenia.

ด้านหน้าคือทะเลสาบเซวาน

เลี้ยวขวาไปยังคาบสมุทร Sevan Peninsula

The Sevan Peninsula is a historic landmass extending in the north-western part of Lake Sevan.

ปลายคาบสมุทรคืออารามบนเนินเขา

Sevan Island was transformed into a peninsula after artificial draining of the lake dropped 
water levels during the Soviet era.

บริเวณนี้เคยเป็นเกาะที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลสาบเซวาน
ในยุคโซเวียตมีการระบายน้ำออกจากทะเลสาบเซวานเลยทำให้เป็นคาบสมุทรเช่นในปัจจุบัน

It was famous for its ancient monastery and panoramic views. 

เวลา 9:30 น. ไปเดินเล่นเก็บภาพริมทะเลสาบเซวาน

Hotel Kambuz

ริมทะเลสาบมีโรงแรมและร้านอาหาร

Lake Sevan is the largest body of water in Armenia and the broader Caucasus region.

ทะเลสาบเซวาน เป็นแหล่งน้ำที่ใหญ่ที่สุดในอาร์เมเนียและ ภูมิภาคคอเคซัส

 It is one of the largest freshwater alpine lakes in Eurasia.

เป็นหนึ่งในทะเลสาบน้ำจืดบนเทือกเขาแอลป์ที่ใหญ่ที่สุดในยูเรเซีย

It is the site of Sevanavank, a monastery built in the period of Medieval Armenia.

บนเนินเขาเป็นที่ตั้งของเซวานาวังค์ซึ่งเป็นอารามที่สร้างขึ้นในสมัยอาร์เมเนียยุคกลาง 

Lake Sevan has the only beaches in Armenia.

The lake is situated in Gegharkunik Province, at an altitude of 1,900 m above sea level. 

ทะเลสาบตั้งอยู่ในจังหวัดเกการ์คูนิก ที่ระดับความสูง 1,900 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล 

The total surface area of its basin is about 5,000 km2, which makes up 1⁄6 of Armenia's territory.

พื้นที่ผิวทะเลสาบมีขนาดประมาณ 5,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งคิดเป็น 1ใน 6 ของดินแดนอาร์เมเนีย

 The lake itself is 1,242 km2, and the volume is 32.8 km3

ทะเลสาบมีพื้นที่ 1,242 ตารางกิโลเมตรและมีปริมาตร 32.8 ลูกบาศก์ กิโลเมตร 

ล้อมรอบด้วยเทือกเขา

ทะเลสาบเซวานมีชายหาดเพียงแห่งเดียวในอาร์เมเนีย

ขึ้นไปชมอารามบนเขากันต่อค่ะ

ทางเดินขึ้นเขาสองข้างเป็นร้านค้า ร้านอาหาร

ตอนเช้าร้านยังไม่เปิด บรรยากาศเงียบมาก

พวกเรามาตอนเช้ายังไม่มีนักท่องเที่ยว

บันไดค่อนข้างชันระยะทางประมาณ 150 เมตร


ลานพักกลางทาง มีร้านขายของที่ระลึก


จุดชมวิวทะเลสาบมีร้านอาหารตั้งอยู่ตรงเชิงเขา

In ancient times, the peninsula was stand-alone island, separated from the shore by 3 km.

สมัยก่อนคาบสมุทรแห่งนี้เคยเป็นเกาะโดดเดี่ยว ห่างจากชายฝั่งเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร 

The transparent water full of fish, which were caught by the monastery.

น้ำในทะเลสาบใสสะอาดเต็มไปด้วยปลา

Sevan's beaches provide a unique experience within the landlocked country for Armenians.

ชายหาดของเซวานไม่มีทางออกสู่ทะเล

 a narrow rocky peninsula stands one of the most prominent examples of medieval Armenian architecture – Sevanavank Monastery.

เดินขึ้นกันต่อค่ะ อากาศหนาวเย็นมาก

Khachkars 

พักชมวิวเป็นช่วงๆ อากาศเย็นทำให้เดินขึ้นเขาค่อนข้างเหนื่อยค่ะ

Sevan originated during the early Quaternary when tectonic formation created a Palaeo-Sevan.

ทะเลสาบเซวานกำเนิดขึ้นในช่วงต้นยุคควอเทอร์นารีเมื่อการก่อตัวของแผ่นเปลือกโลก
ทำให้เกิดทะเลสาบเซวานโบราณ ทะเลสาบในปัจจุบันก่อตัวขึ้นเมื่อประมาณ 25 ถึง 30 พันปีก่อน

The current lake was formed some 25 to 30 thousand years ago.

โต๊ะตั้งขายน้ำทับทิม

Palaeo-Sevan is ten times larger than the present lake. 

ทะเลสาบโบราณมีขนาดใหญ่กว่าทะเลสาบในปัจจุบันถึงสิบเท่า 

ประวัติและเรื่องราวของเซวานาแวงค์


Sevanavank (Armenian meaning Sevan Monastery)
It is a monastic complex located on a Sevan peninsula.

เซวานาวังค์ (ภาษาอาร์เมเนียแปลว่าอารามเซวาน) เป็นกลุ่มอาคารอารามที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรเซวาน

The monastery of Sevanavank was founded in 874 by Princess Mariam, the daughter of Ashot I.

มีหลักฐานจารึกว่าอารามเซวานาวังค์ก่อตั้งขึ้นในปี 874 โดยเจ้าหญิงมาเรียมพระธิดาของอาชอตที่ 1

First they cut a ledge in the rock and laid big stone blocks on it. The wall gained a watch tower,
 and gate surrounded the island. Later three churches, cells and other structures were constructed.

 เริ่มแรกมีการเจาะช่องในหินและวางก้อนหินขนาดใหญ่สร้างกำแพงล้อมรอบเกาะ หอสังเกตการณ์
ต่อมาได้มีการสร้างโบสถ์ 3 หลัง ห้องพัก และสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติมตามแผนผัง

The remnants of the monastery that was constructed in the 9th century include only two churches.

ซากปรักหักพังของอารามที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 เหลือเพียงวิหารสองหลัง

 St. Arakelots (Karapet) church  meaning the "Holy Apostles" 

หลังที่หนึ่งชื่อ โบสถ์เซนต์อาราเคล็อตส์ หมายถึง "อัครสาวกผู้ศักดิ์สิทธิ์" ตั้งอยู่ด้านหน้าสุด

St. Astvatsatsin church meaning the "Holy Mother of God"

หลังที่สองชื่อ โบสถ์เซนต์อัสต์วัตซัตซิน หมายถึง "พระแม่มารีผู้ศักดิ์สิทธิ์"  ตั้งอยู่บนเนินด้านหลัง

The two churches of the complex are cruciform plan structures with octagonal tambours. 

โบสถ์ทั้งสองหลังมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก โดยมีผังเป็นรูปกากบาทและมีหลังคาแปดเหลี่ยม 

Monk Cells and Academy

ด้านหน้าเป็นซากของที่พักของนักบวชและโรงเรียน

St. Harutiun church (ruins)

Adjacent are the ruins of a gavit whose roof was originally supported by six wooden columns.

ซากปรักหักพังของศาลาพักแรมที่มีหลังคาซึ่งแต่เดิมรองรับด้วยเสาไม้หกต้น

The church buildings were constructed from black tuff. 

อาคารโบสถ์สร้างจากหินทัฟฟ์สีดำ

เดินหาทางเข้าชมด้านในโบสถ์


The black tuff probably gave the monastery its name Sevanavank - "the Black Monastery".

อาคารหินทัฟฟ์สีดำน่าจะเป็นที่มาของชื่อว่า "อารามสีดำ"

In the end of the 9th century the monastery was a ground of the great battle between 
Armenian King Ashot and Arab armies, whose purpose was to conquer these territories. 

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 9 อารามแห่งนี้เป็นสมรภูมิรบครั้งใหญ่ระหว่างกษัตริย์อาชอตแห่งอาร์เมเนีย
กับกองทัพอาหรับ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อยึดครองดินแดนเหล่านี้

ประตูทางเข้า แต่ตอนนี้อารามยังไม่เปิด

จุดชมวิวทางทิศใต้

Sevan Writers House
Perched on a rocky shelf of land beside Armenia’s vast Lake Sevan is a writer’s retreat from Communist times that’s now a hotel. 

บ้านพักของนักเขียนในยุคคอมมิวนิสต์ที่ตั้งอยู่บนเนินหินริมทะเลสาบเซวาน ปัจจุบันเป็นโรงแรม

The island with the Black Monastery was repeatedly attacked by other invaders. 
The monks fought off the raids and the monastery lived on.

เกาะที่มีอารามดำแห่งนี้ถูกโจมหลายครั้งแต่เหล่านักบวชได้ต่อสู้กับผู้รุกรานเพื่อปกป้องอารามไว้ได้

 Sevanavank lost its walls in the 16th and 17th centuries.

The monastery ceased to exist in 1930, when the last monk left the island.

อารามเซวานาวังค์สูญเสียกำแพงในศตวรรษที่ 16 และ 17 
 อารามแห่งนี้สิ้นสุดลงในปี 1930 เมื่อนักบวชรูปสุดท้ายได้ออกจากเกาะไป กลายเป็นอารามร้าง

Reconstruction and restoration efforts took place from 1956 to 1957.

อารามนี้ได้รับการบูรณะและฟื้นฟูในระหว่างปี 1956 ถึง 1957

Lake Sevan is important for the Armenian economy.

It is the main source of irrigation water, provides low-cost electricity, fish, recreation and tourism.

ทะเลสาบเซวานมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของอาร์เมเนีย

ทะเลสาบนี้เป็นแหล่งชลประทานหลัก, ผลิตไฟฟ้า, แหล่งประมง และแหล่งท่องเที่ยว


เดินชมจนรอบแล้วก็เดินกลับทางเดิมค่ะ

จากมุมนี้จะเห็นว่าพวกเราอยู่บนเนินเขาตรงปลายคาบสมุทร

อากาศเย็นสบายเหมาะกับการพักผ่อน



ใบไม้เปลี่ยนสีทำให้เกาะนี้มีสีสันสดใส

ร้านค้าเริ่มเปิดแล้ว แวะซื้อของที่ระลึก


น้องหมาที่นี่ใจดีขี้อ้อนทุกตัวเลย

เวลา 10:00 น. เริ่มมีรถทัวร์ท่องเที่ยวมาแล้ว พวกเราออกเดินทางกันต่อค่ะ

ขับรถขึ้นเหนือชมวิวทะเลสาบ





Statue of Princess Tamar based on the poem by Tumanyan.

จุดหมายต่อไปคือเมือง Dilijan ระยะทางประมาณ 30 กม.

Tunnel to Dilijan 2257 meter long

M4 Highway


เส้นทางจากนี้จะคดเคี้ยวหลายโค้งผ่านเทือกเขาด้านหน้า


Corn shop

Flags of many countries were displayed on the wall.

มีธงชาติไทยประดับอยู่บนกำแพงริมถนนด้วยค่ะ

สิ้นสุดเส้นทางคดเคี้ยวเป็นจุดพักรถมีโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร

เดินทางมาถึงเมือง Dilijan

Peace Square

เดินทางต่อไปตามถนน Tbilisyan Highway

เลี้ยวซ้ายไปยังถนน Haghartsin Road (H50)

ไปชมอารามเก่าแก่ในหุบเขากันค่ะ ระยะทางประมาณ 6 กม.

It is 18 km north of the town of Dilijan, Tavush Region. 

อารามฮาการ์ซิน อยู่ห่างจากเมืองดิลิจันไปทางทิศเหนือ 18 กม.

ถนนสองเลนเต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี



เส้นทางขึ้นเขาสวยมากๆ


เหมือนขับรถผ่านอุโมงค์สีเหลืองตลอดเส้นทาง

ถนนเลียบไปตามไหล่เขา ทางซ้ายเป็นหน้าผา

Old Soviet cable car station

สถานีเคเบิ้ลคาร์เก่าตอนนี้ไม่ได้ใช้งานแล้ว


เวลา 11:00 น. เดินทางมาถึงอารามฮาการ์ซิน สวยมากๆเลยค่ะ

 The monastery complex of Haghartsin

อารามฮาการ์ซินเป็นตัวอย่างของความกลมกลืนระหว่างธรรมชาติและสถาปัตยกรรมในหุบเขา

 It is an example of the perfect harmony of nature and architecture in the lush Dilijan forest.

It is located near the town of Dilijan in the Tavush Province of Armenia.

เดินลงไปชมอารามกันค่ะ

Haghartsin is a medieval monastery and built between the 10th and 13th centuries. 

ฮาการ์ซิน เป็นอารามยุคกลางสร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 10 ถึง 13 

The complex includes four churches: St. Gregory's (the oldest one), St. Stephen's, St. Kathoghike's
 and St. Astvatsatsin (St. Mary's, the largest one) 

It includes two courtyards, refectory, prayer halls and khachkars (cross-stones).

ประกอบด้วยโบสถ์สี่หลัง ได้แก่ โบสถ์เซนต์เกรกอรี (โบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุด), โบสถ์เซนต์สตีเฟน, 
โบสถ์เซนต์คาโธไกค์ และโบสถ์เซนต์อัสต์วาตซัตซิน (โบสถ์เซนต์แมรี ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุด)

เดินขึ้นไปชมโบสถ์หลังแรกที่เก่าแก่ที่สุดก่อนค่ะ

St. Gregory the Illuminator Church

The oldest large structure of the complex, dating from the 10th century.

โบสถ์เซนต์เกรกอรีเก่าแก่ที่สุดในกลุ่มอาคารนี้ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 10 

There is an ancient khachkar called "Tevavor" which still has the spots of "vordan karmir" color.

St. Gregory's Church is accessible through its gavit, which is wider than the church itself. 

ทางเข้าโบสถ์เซนต์เกรกอรีเป็นห้องโถง (gavit ) ซึ่งมีขนาดกว้างกว่าตัวโบสถ์ 
 

The rectangular church is rather small. Internal space is cross-shaped.
The church is crowned with cone-shaped dome on octahedral drum. 

โบสถ์ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีขนาดเล็ก ภายในเป็นรูปทรงกากบาท มีโดมอยู่บนฐานทรงแปดเหลี่ยม

ออกไปชมโบสถ์หลังที่สองค่ะ

ทางทิศเหนือคือโบสถ์หลังใหญ่ที่สุด

St. Astvatsatsin Church (The main church of Haghartsin monastery)

It is the largest building and the dominant artistic feature.  

It was originally built in the 11th century and completely reconstructed in 1287.

โบสถ์เซนต์อัสต์วาทซัตซินสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 และได้รับการบูรณะเสร็จในปี 1281
เป็นอาคารที่ใหญ่ที่สุดและมีลักษณะทางศิลปะที่โดดเด่น

The Church of the Holy Virgin
It consists of a single-nave space without free-standing piers and a large dome supported by the projections protruding from the walls, a structure named a "Kuppelhalle". 

ตรงกลางแท่นบูชามีรูปพระแม่มารี พื้นที่โถงกลางสูงโล่งไม่มีเสา 
ด้านบนเป็นโดมใหญ่ที่รองรับด้วยส่วนที่ยื่นออกมาจากผนัง เรียกว่าโครงสร้างแบบ "คุปเปลฮัลเล"

This type of church was very popular in medieval Armenian architecture. 

 โครงสร้างโบสถ์แบบนี้เป็นที่นิยมมากในสถาปัตยกรรมอาร์เมเนียยุคกลาง

รอบๆโบสถ์ตกแต่งด้วยภาพนักบุญ

The Greek-cross building of the church has richly decorated facades.

ออกมาเดินชมอาคารด้านนอก

ตัวอาคารโบสถ์ทรงกากบาทกรีกมีด้านหน้าอาคารที่ตกแต่งอย่างหรูหรา

On the west part of the monastery is a refectory.
It is divided by piers into two square bays covered with intersecting arches and ribbed vaults.

ทางด้านตะวันตกของโบสถ์เป็นโรงอาหาร ซึ่งแบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยเสา 
โดยแต่ละส่วนเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีหลังคาเป็นซุ้มโค้งตัดกันและเพดานโค้ง

Each arch rests on semi-columns and on two free-standing quadrangular piers.

ซุ้มโค้งแต่ละอันวางอยู่บนเสาครึ่งวงกลมและเสาสี่เหลี่ยมอิสระสองต้นตรงกลางห้อง 

The technique of large ashlar blocks is an integral part of the refectory’s architectural design.

This church was built of yellowish-white, porous stone and restored with dark blue basalt.

 The inscription on the southern entrance, the church was built in 1281. 

โบสถ์พระแม่มารีสร้างด้วยหินสีขาวอมเหลืองที่มีรูพรุน ได้รับการบูรณะด้วยหินบะซอลต์สีน้ำเงินเข้ม
ทางประตูทิศใต้มีหินแกะสลักไม้กางเขนตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13

Outside the south door is a khachkar carved by an artist named Poghos in the 13th century.

โบสถ์คาโธไกค์ อยู่ทางทิศใต้ของโบสถ์หลัก สร้างขึ้นในปี 1194

St Kathoghike Church was built in 1194.

คัชการ์ (khachkar) ประดับอยู่ตรงทางเข้าโบสถ์ทุกหลัง

 It is the resting place of the renowned 12th-century Armenian scholar, poet 
and musician Khachatur Taronetsi. 

 ด้านในเป็นที่ฝังศพของ Khachatur of Taron นักบวช กวี และนักดนตรีชาวอาร์เมเนียในยุคกลาง
 ผู้ฟื้นฟูอาราม Haghartsin ในช่วงทศวรรษที่ 1230 และเป็นอธิการบดีของอาราม Haghartsin 

โบสถ์หลังสุดท้ายมีขนาดเล็ก

 The small churchlet of St. Stephanos
A tiny copy of the main church of St. Gregory was constructed in 1244.

โบสถ์เซนต์สตีเฟน สร้างขึ้นในปี 1244 ลักษณะอาคารเหมือนโบสถ์เซนต์เกรกอรีแบบย่อส่วน

It features a traditional cross-domed design. It serves as an active place of worship in 13th-century.

ผังโบสถ์ด้านในเป็นรูปกากบาทเหมือนโบสถ์เซนต์เกรกอรีและมีหลังคาเป็นรูปโดม

ตรงกลางประดับด้วยภาพเซนต์สตีเฟน

เดินไปในสวนทางทิศใต้ของอาราม

ในหุบเขาด้านล่างมีแม่น้ำฮาการ์ซินไหลผ่าน

 The Haghartsin stream flows pass the monastery in the valley. 

ฮาการ์ซินยังเป็นชื่อของลำธารที่ไหลผ่านอารามแห่งนี้ด้วย


เดินกลับทางเดิม


The refectory of Haghartsin, built by the architect Minas in 1248.
 It is divided by pillars into two square-plan parts roofed with intersecting arches.

โรงอาหารของฮาการ์ซินสร้างโดยสถาปนิกมินาสในปี 1248 
ด้านในแบ่งเป็นสองส่วนด้วยเสา โดยแต่ละส่วนมีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสและหลังคาเป็นซุ้มโค้งตัดกัน

เก็บภาพกับอารามก่อนกลับ

In 2017 the monastery was incorporated into the Transcaucasian Trail long-distance hiking route.

ในปี 2017 อารามแห่งนี้ได้รวมอยู่ในเส้นทางเดินป่าระยะไกล Transcaucasian Trail 

In 2011, Haghartsin Monastery underwent a major renovation by Armenia Fund
 with a donation from Sultan bin Muhammad Al-Qasimi, ruler of Sharjah.

อารามฮาการ์ตซินได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในปี 2011
 ด้วยเงินบริจาคจากสุลต่านบินมูฮัมหมัดอัลกอซีมีผู้ปกครองชาร์จาห์

The complex is reachable by a paved road with a large parking area and a gift shop. 

เวลา 12:00 น. ออกเดินทางต่อไปยังชายแดนประเทศอาร์เมเนีย ระยะทางประมาณ 130 กม.

Ijevan town


Cental market (Ijevan Farmers' Market)

ทางซ้ายมือมีอนุสาวรีย์ "แม่แห่งอาร์เมเนีย" ตั้งอยู่บนเนิน

The "Mother Armenia" monument in Ijevan
It is a significant historical and cultural landmark created in 1971.

รูปปั้นแพะภูเขาตั้งอยู่บนหน้าผาริมถนน

Mountain Goat (Bezoar Ibex) statue 


Sarigyugh village

Noyemberyan town

World War II Memorial is on the hill.

The Armenian Apostolic Church

เวลา 13:00 น. แวะทานอาหารกลางวันที่ Green Olive Food Court ก่อนข้ามแดนไปประเทศจอร์เจีย