TUKEMD

__TUKEMD__ชื่อบ้าน อ่านว่า ตุ๊ก-เอ็ม-ดี นะจ๊ะ เป็นชื่อในเน็ตของแม่ตุ๊กเองค่ะ

บ้านหลังน้อย หลังนี้เป็นของแม่ตุ๊ก,น้องมะปราง และ คุณป๋า

เป็นบล็อกเพื่อบันทึกความสุข ความทรงจำ ในการท่องเที่ยวที่ต่างๆของครอบครัวเราค่ะ



2562/09/02

2.Grund Luxemburg เที่ยวเมืองกรุนด์ในหุบเขา

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม 2562

เวลา 15:00 น.ไปเที่ยวที่เมืองเก่าด้านล่าง เดินลงตามถนน Rue Plaetis 



เดินลงมาจนสุดถนนแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ย่านเมืองกรุนด์


Grund (Gronn) is a quarter in central Luxembourg City, in southern Luxembourg,
  which can be accessed by foot  which descends through the cliff.


It is located in the valley below the centre of Luxembourg City on the banks of the Alzette River.


Alzette River ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำในหุบเขา

จุดชมวิวกลางสะพาน


เดินข้ามสะพานแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนน Rue Munster


Grund is home to Mosconi, a one-star Michelin restaurant which specializes in pasta
 and Kamakura, a Japanese restaurant.


In 2018, the quarter has a population of 950 inhabitants, of whom 49.63% are Luxembourgers.



สองข้างทางเป็นร้านค้าและร้านอาหาร







แวะเข้าชมพิพิธภัณฑ์กันก่อนค่ะ

 Musée national d'histoire naturelle (The National Museum of Natural History)

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติ ลักเซมเบิร์ก


ใช้บัตร Luxemburg Card เข้าชมฟรีค่ะ

เดินเข้าไปก็จะพบกับมนุษย์ยุคโบราณนั่งคอยอยู่

The museum is composed of eight separate scientific sections, spanning the natural sciences: botany, ecology, geology and mineralogy, geophysics and astrophysics, palaeontology, vertebrate zoology, and invertebrate zoology.

พิพิธภัณฑ์แบ่งเป็น 8 โซน คือ พฤกษศาสตร์ , นิเวศวิทยา , ธรณีวิทยา-แร่ , ธรณีฟิสิกส์,ดาราศาสตร์ , สัตว์ดึกดำบรรพ์ , สัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง


เหมือนของจริงมาก





คำบรรยายไม่มีภาษาอังกฤษเลยค่ะ เพราะประเทศนี้ใช้ภาษาฝรั่งเศสและภาษาเยอรมัน

โซนดาราศาสตร์






ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่พวกเราอ่านคำบรรยายไม่ออกเลยค่ะ ได้แต่เดินดูรูปอย่างเดียว


ด้านในไม่มีคน
3เลยเดินชมได้สบายทุกโซน



ถือว่าเข้ามาชมเป็นประสบการณ์


โซนธรณีวิทยา


สองพ่อลูกลองจิ้มๆเล่นเกมทายชื่อหินกัน

Fossil





แมลงรูปร่างหน้าตาแปลกๆ


โซนสัตว์มีกระดูกสันหลัง






โซนนิเวศวิทยา










โซนนี้สวยที่สุดมีสัตว์มากมายเลยค่ะ







หมาป่าและหมาจิ้งจอกหลายพันธุ์


ยิ้มหวาน











ชมจนทั่วพิพิธภัณฑ์ก็เดินออกทางเดิม





เดินออกมาจากพิพิธภัณฑ์จะพบกับลานกว้างเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม


มองเห็นโบสถ์เซ็นต์ไมเคิลอยู่บนหน้าผา



Neumünster Abbey is a public meeting place and cultural centre.
After the original Benedictine abbey on the Altmünster Plateau had been destroyed in 1542, the monks built a new abbey or "Neumünster" in 1606 in the Grund. 


อาคารสีเหลืองขนาดใหญ่ที่อยู่เยื้องกับพิพิธภัณฑ์


เป็นศูนย์วัฒนธรรมและสถานที่จัดประชุมขนาดใหญ่


Eglise Saint-Jean Baptiste
The church of St. John was built at the same time as the abbey of Neumunster in 1606. The current appearance of the church dates back to the years 1688 and 1705. It can notably discover a very rich furniture, baroque style, a organ dating from 1710 and a black Madonna of the fourteenth century.

โบสถ์เซ็นต์จอห์นตั้งอยู่ริมแม่น้ำ






มองเห็นกำแพงเมืองเป็นแนวยาว




ด้านบนคือป้อมปราการที่พวกเราเพิ่งเข้าไปชมมา


เดินไปถ่ายรูปที่สะพานหินกันค่ะ




มุมสวย



The most beautiful balcony in Europe.


เดินต่อไปตามถนนเลียบแม่น้ำ





เดินขึ้นเขาเหนื่อยนิดค่ะ อากาศก็เริ่มร้อน



เดินสักพักมาถึงทางแยกมีป้ายบอกทางขึ้นไปด้านบน เป็นบันไดเล็กๆชันๆ

พอขึ้นมาจะพบกับด้านหลังโบสถ์เซ็นต์ไมเคิล


เดินย้อนกลับเข้าเมืองทางเดิมค่ะ

Grand Duke Jean of Luxembourg
 แกรนด์ดยุกฌ็องแห่งลักเซมเบิร์ก อดีตเจ้าผู้ครองราชรัฐลักเซมเบิร์ก 
เพิ่งสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 23 เม.ย.2562 พระชนมายุ 98 พรรษา

เดินข้ามสะพาน Pont Adolphe ขากลับเราเดินด้านล่างกันค่ะ



มุมถ่ายรูปสวยๆตรงใต้โค้งสะพาน







Banque et Caisse d'Epargne de l'Etat, Luxembourg

เดินต่อไปจนถึงสถานีรถไฟ

Luxembourg, Gare Centrale


 The station's facade at Place de la Gare is in the traditional Moselle Baroque Revival style.

เวลา 17:00 น.นั่งรถไฟกลับบรัสเซลส์ค่ะ ซื้อขนมและน้ำมาทานบนรถ 
เพราะใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม.คราวนี้เป็นรถไฟตรงไม่ต้องเปลี่ยนขบวนเลยค่ะ

วิวสวยๆข้างทาง






เวลา 21:00 น.เดินทางมาถึงบรัสเซลส์ ทานอาหารเย็นที่ Lunch Factory เป็นร้านอาหารใกล้ที่พัก
อาหารจานใหญ่ ราคาไม่แพงค่ะ






ทานอาหารเสร็จก็กลับที่พักเลย


วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม 2562
หลังจากเที่ยวมาจนครบตามโปรแกรม 3 ประเทศ วันนี้ก็ได้เวลาเดินทางกลับแล้วค่ะ 
เช้านี้อากาศเย็นมากและมีฝนตก พวกเราเลยนอนเล่นที่โรงแรมไม่ได้ออกไปเที่ยว

เวลา 11:00 น.เดินทางกลับโดยต้องไปขึ้นเครื่องบินที่อัมสเตอร์ดัม
คุณป๋าจองตั๋วไปกลับโดยสายการบิน KLM โดยขากลับจะได้ตั๋วรถไฟความเร็วสูง Thalys ฟรี
เพื่อเดินทางจาก Brussel midi station ไปยัง Schiphol Airport station
แต่ต้องเอาตั๋วมาจองที่นั่งที่สถานีรถไฟก่อนจะได้ไม่ต้องยืนนาน


Thalys มีเส้นทางออกจากกรุงปารีส ผ่านกรุงบรัสเซลส์ และสิ้นสุดที่ Amsterdam Centraal station


ใกล้เวลารถไฟจะเข้าก็ลากกระเป๋าขึ้นไปรอที่ชานชลา

เวลา 12:00 น. รถไฟมาถึงก็ขึ้นไปหาที่วางกระเป๋าใบใหญ่ๆ และหาที่นั่งตรงที่เราได้จองไว้

รถไฟออกตรงเวลา เดินทางขึ้นเหนือผ่านอะโตเมียม.... Bye Belgium


รถไฟวิ่งเร็วมาก แวะจอดที่ Rotterdam Centraal station และวิ่งตรงเข้าอัมสเตอร์ดัมเลย


เวลา 13:30 น.ใช้เวลา 1.5 ช.ม. ก็มาถึง Schiphol Airport


Thalys เป็นรถไฟความเร็วสูงที่ทำให้การเดินทางข้ามประเทศสะดวกและรวดเร็วมากเลยค่ะ


ขึ้นไปเช็คอินที่เค้าท์เตอร์ KLM  บริเวณนี้เป็นตู้เช็คอิน และตู้โหลดกระเป๋าอัตโนมัติ
พวกเราเป็นตั๋วพิเศษเพราะเดินทางมาจากบรัสเซลส์ต้องไปเช็คอินที่เค้าท์เตอร์ ใช้เวลาไม่นานเลยค่ะ


ตรงนี้คือทางเข้าเกท แต่พวกเรายังเหลือเวลาอีกหลาย ชม. เลยยังไม่เข้าไปค่ะ


ออกมาเดินเล่นด้านนอกสนามบิน


ป้ายนี้มีเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวของเมืองแล้ว 




ขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก่อนกลับค่ะ




เข้าไปใน Schiphol Plaza หาอาหารเที่ยงทานกันก่อนค่ะ 





เวลา 16:30 น.เข้ามารอขึ้นเครื่อง


ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชม.

เวลา 17:30 น.ออกเดินทางกลับเมืองไทยค่ะ


อาหารเย็น ข้าวไก่ตุ๋น อร่อยดีค่ะ


อาหารเช้าเป็นออมเลต มันบด


เดินทางกลับถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ รอต่อเครื่องกลับบ้านค่ะ