TUKEMD

__TUKEMD__ชื่อบ้าน อ่านว่า ตุ๊ก-เอ็ม-ดี นะจ๊ะ เป็นชื่อในเน็ตของแม่ตุ๊กเองค่ะ

บ้านหลังน้อย หลังนี้เป็นของแม่ตุ๊ก,น้องมะปราง และ คุณป๋า

เป็นบล็อกเพื่อบันทึกความสุข ความทรงจำ ในการท่องเที่ยวที่ต่างๆของครอบครัวเราค่ะ



2557/02/14

เที่ยว คีรีวง หมู่บ้านอากาศดีที่สุดในเมืองไทย

วันศุกร์ที่ 31 ม.ค.2557(วันตรุษจีน)

วันนี้เป็นวันหยุดราชการของ 4 จ.ชายแดนใต้ เราจะไปเที่ยว อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช กันค่ะ  
ขับขึ้นไปตาม ทล.41 จนถึงสามแยกสวนผัก เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้น 403 ทางไปนครศรีธรรมราช ตรงไปอีกประมาณ 10 กม.จะเห็นสามแยก มีป้าย อ.ลานสกา ก็เลี้ยวซ้าย ไปตามทาง 4238 ได้เลยค่ะ



ไปตามเส้นทางนี้อีกประมาณ 20 กม.จุดหมายที่เที่ยวคือ หมู่บ้านคีรีวง อยู่ใน อ.ลานสกา



ถึงตัวเมืองลานสกา แวะทานอาหารเที่ยงก่อนค่ะ




ทานอาหารเสร็จก็เดินทางต่อ ไปวัดวังไทร 
วัดวังไทรตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 7 ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ตั้งอยู่ติดกับคลองท่าดี 



พระอุโบสถ กำลังมีการบูรณะอยู่ค่ะ
 


พ่อท่านเอียด พระเกจิอาจารย์ของที่นี่




พ.ศ.2439 ท่านดำร่วมกับคณะพุทธบริษัทได้นิมนต์ พระอาจารย์เอียด ญาณรังสี จากวัดหน้าพระบรมธาตุ มาเป็นเจ้าอาวาส และในช่างสมัยท่านได้มีการบำรุงพัฒนาวัดด้านถาวรวัตถุขึ้นเป็นจำนวนมาก 
ทั้งพระอุโบสถ หอฉัน ศาลาการเปรียญ และจัดตั้งโรงเรียนประชาบาลสอนปริยัติธรรมขึ้นด้วย 



ช่วงนี้หน้าแล้ง น้ำในคลองท่าดีน้อยมาก






ชื่อวัดวังไทร เดิมทีเดียวมากจาก วังพระยาไทร เพราะเดิมเป็นที่พักของพระยาไทรบุรี ที่มาอำนวยการ
ในการคล้องช้าง จึงเรียกกันว่า “วังพระยาไทร” ต่อมาตั้งเป็นวัดขึ้นเรียกว่า วัดวังไทร 




ทำบุญ ไหว้พระ




เข้าสู่เขตชุมชนบ้านคีรีวงแล้วค่ะ
หมู่บ้านคีรีวง ชุมชนท่ามกลางวงล้อมแห่งขุนเขา ได้ชื่อว่าเป็นที่ที่มีอากาศดีที่สุดของเมืองไทย ได้รับรางวัลรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว(ThailandTourism Awards) ประจำปี 2541 ประเภทเมืองและชุมชน  เป็นชุมชนเข้มแข็งต้นแบบการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ




ชุมชนเงียบสงบและสะอาดมาก. หน้าบ้านแต่ละหลังจะเขียนชื่อเจ้าของบ้านและที่อยู่. พร้อมคำว่า
"อากาศดีที่สุดในประเทศไทย"



จากตัวเมืองลานสกาประมาณ 10 กม.ก็มาถึงหมู่บ้านแล้วค่ะ ข้ามสะพานบ้านคีรีวง 




ดูแผนที่ก่อนนะคะ ว่าเราจะแวะเที่ยวที่ไหนได้บ้าง



หมู่บ้านคีรีวง หมายความว่าหมู่บ้านที่รายล้อมด้วยภูเขา เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นตามชื่อวัดประจำท้องถิ่นคือวัดคีรีวง





อุโบสถปิดค่ะ ต้องมาไหว้พระที่ศาลาข้างๆ




ที่นี่ปลูกมังคุดเยอะมาก เดินไปตรงไหนก็มีแต่ต้นมังคุด. ถ้าสุกแล้วคงเก็บกินกันไม่หมดแน่ๆค่ะ




คีรีวง....ดินแดนมังคุดรสชาติดีที่สุดในประเทศไทย




วันนี้อากาศร้อนแดดจัด ไปเล่นน้ำที่. "หนานหินท่าหา" กันค่ะ ขับรถเลียบคลองมาเรื่อยๆประมาณ 2 กม.



ถึงแล้ว.  น้ำน้อยแต่น้ำใสมากๆๆ




NAN HIN THA HA




จอดรถไว้ข้างนอกแล้วเดินเท้าเข้าไปค่ะ. ทางแคบรถสวนกันลำบาก
หมู่บ้านคีรีวงมีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์พืชพันธ์ต่างๆ สามารถเจริญเติบโตได้ดีดังนั้นชาวบ้านส่วนใหญ่จึงประกอบอาชีพทำสวนผลไม้ซึ่งเรียกว่า “สวนสมรม”
สวนสมรม คือสวนที่ปลูกผลไม้และผักหลายๆชนิดในพื้นที่เดียวกัน



คนมาเล่นน้ำเยอะค่ะ. ในน้ำมีหินเต็มไปหมด






สะพานข้ามน้ำยังก่อสร้างไม่เสร็จ






ไม่ได้เตรียมชุดเล่นน้ำมา ขอเล่นทั้งชุดนี้ละกัน





น้ำเย็นสบายมาก



สองพ่อลูก






เดินเกาะไปตามหินก็สนุกดีนะคะ




เดินเล่นลุยน้ำไป-กลับ





เล่นน้ำจนเหนื่อยก็กลับมาที่บ้านคีรีวงกัน.......ยินดีต้อนรับสู่บ้านคีรีวง
หมู่บ้านคีรีวงเป็นหมู่บ้านเก่าแก่กว่า 300 ปี ชาวบ้านที่อพยพ เข้ามาอาศัยในรุ่นแรก ๆ นั้น ตั้งรกรากในสมัยรัชกาลที่ 1 อยู่บริเวณที่ราบระหว่าง หุบเขาหลวง เรียกว่า “หมู่ 5 บ้านขุนน้ำ” เพราะตั้งอยู่ในพื้นที่ ที่เป็นต้นน้ำ และเป็น แหล่งพันธุ์ไม้นานาชนิด ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นชื่อ บ้านคีรีวง หมายถึง หมู่บ้านซึ่งอยู่ในวงล้อม ของภูเขา เมื่อมีจำนวนชาวบ้านมากขึ้นจึงได้มีการแบ่งแยกออกเป็น 4 หมู่บ้าน ซึ่งมีเนื้อที่ราว 8,173 ไร่ ประกอบ ด้วย หมู่ 5 บ้านคีรีวง ,หมู่ 8 บ้านคีรีทอง , หมู่ 9 บ้านขุนคีรี , และหมู่ 10 บ้านคีรีธรรม



เดิมหมู่บ้านคีรีวงมีชื่อว่า “บ้านขุนน้ำ” เพราะที่ตั้งของหมู่บ้านอยู่ใกล้กับต้นน้ำจากยอดเขาหลวงบนเทือกเขานครศรีธรรมราช ด้วยเหตุนี้จึงมีลำคลองไหลผ่านหมู่บ้านหลายสายด้วยกันแต่ในปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 3 สายเท่านั้นเนื่องจากลำคลองบางสายได้ตื้นเขินลงไปลำคลองทั้ง 3 สาย ได้แก่ คลองปง คลองท่าหา และคลองท่าชาย ลำคลองทั้งสามไหลมาบรรจบรวมกันที่หน้าหมู่บ้านมีชื่อว่า “คลองท่าดี” ซึ่งเดิมมีชื่อว่า คลองขุนน้ำโดยเปลี่ยนชื่อเป็นคลองท่าดีหลังจากเกิดอุทกภัยในปี พ.ศ. 2531 โดยกรมชลประทาน 



สะพานคลองท่าดี. หรืออีกชื่อ สะพานบ้านคีรีวง




เป็นจุดที่คนนิยมมาถ่ายรูป วิวลำน้ำและภูเขาดูสวยน่าประทับใจ







 คลองท่าดีเป็นลำคลองขนาดใหญ่ที่สุดซึ่งไหลลงทะเลที่บ้านปากนครและปากพนัง ชาวบ้านจึงใช้เป็นเส้นทางในการคมนาคมขนส่งโดยใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางและบรรทุกผลไม้,พืชสวนต่าง ๆ




ชอบรูปนี้ค่ะ.... สวยสงบ






มองจากสะพานลงไปในคลองมีปลาเยอะมาก ที่เห็นดำๆนั่นคือ ปลาตัวใหญ่ๆทั้งนั้นนะคะ





มีการทำฝายกั้นคลองเป็นระยะๆ




ที่นี่มีการจัดตั้งกลุ่มแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มลูกไม้ กลุ่มบ้านสมุนไพร กลุ่มมัดย้อม กลุ่มใบไม้ 
กลุ่มลายเทียน กลุ่มลูกหยีสามรส กลุ่มจักสานกะลามะพร้าว กลุ่มทุเรียนกวน ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมี
 ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค และเป็นสินค้า OTOP ที่มีคุณภาพ ราคาไม่แพง

ขอบคุณข้อมูลจาก นิตยาสาร อสท.และ  http://www.kiriwonggroup.com/




ออกจากบ้านคีรีวงขับรถเข้ามาในเมืองลานสกา แล้วไปต่อตามทาง 4015 หลักกิโลเมตรที่ 36 
แวะไหว้พระ วัดมะนาวหวาน พระอารามหลวง 
ตั้งอยู่เลขที่  126  หมู่ที่ 4  ต.ช้างกลาง   อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช   



วัดนี้สร้างขึ้นในรัชสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง  ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช




เดินทางไปต่อถึง หลัก กม. 44  วัดธาตุน้อย (เจดีย์พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์) 
ที่อยู่ 281 หมู่ที่ 1 ต.หลักช้าง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช 





ที่นี่มีนักท่องเที่ยวมาเยอะค่ะ



ในการสร้างพระธาตุเจดีย์ธาตุน้อย พ่อท่านคล้ายได้นำเอาพระบรมธาตุ นครศรีธรรมราชเป็นต้นแบบ 


พ่อท่านคล้าย




เดินขึ้นไปชมด้านบนกันค่ะ


พระพุทธไสยาสน์




ด้านบนจะมองเห็นวิวโดยรอบวัดเลยค่ะ ลมแรงมาก



เข้าไปกราบร่างพ่อท่านคล้ายที่อยู่ด้านในกันค่ะ




ประวัติโดยย่อของ พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์




วันที่   ธันวาคม 2513  เวลา 23.05 น. พ่อท่านคล้าย มรณภาพด้วยอาการสงบ รวมอายุได้ 96 ปี 
 เมื่อบำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน จึงได้บรรจุสรีระของท่านไว้ในโลงแก้ว ประดิษฐานอยู่ในองค์พระเจดีย์
ในวัดพระธาตุน้อยจนถึงปัจจุบัน






ก่อนที่พ่อท่านจะมรณภาพในปีพ.ศ.2513 พระเจดีย์ธาตุน้อยได้สร้างเสร็จเฉพาะเพียงองค์พระเจดีย์



พระเจดีย์ธาตุน้อยและวัดธาตุน้อยได้เป็นอนุสรณ์สถานของพ่อท่านคล้าย 
และได้รับอนุญาตให้ตั้งวัดได้เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2520




ระหว่างขับรถบนเส้นนี้จะเห็นภูเขาลูกหนึ่งมียอดแหลมสวยมาก(แอบนึกถึงฟูจิซังเลยค่ะ)




แวะไหว้พระที่เขตรอยต่อ อ.ช้างกลาง กับ อ.ลานสกา




                                   ศาลาพ่อท่านคล้าย  สำนักสงฆ์เทวศิษฐ์(ซึ่งตั้งอยู่บนเขาธง)




พ่อท่านคล้าย ได้ริเริ่มสร้างถนนข้ามเขาธง ซึ่งเป็นเขาที่กั้นระหว่างอำเภอฉวางกับอำเภอลานสกา
และสร้างที่สำหรับหยุดพักของผู้ที่เดินทางบนถนนสายนี้ 




เป็นสำนักสงฆ์ที่กว้างขวางมีบรรยากาศเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม




ในปัจจุบันกลายเป็นประตูสำคัญในการเดินทางสู่เส้นทางเข้าเมืองนครศรีธรรมราช 
หยุดพักรถเพื่อพักผ่อนและร่วมทำบุญ ณ รูปเหมือนของพ่อท่านคล้าย




บริเวณทางขึ้นภูเขาธง เขตรอยต่อระหว่าง อ.ลานสกา กับ อ.ช้างกลาง พื้นที่หมู่ที่ 6 ต.เขาแก้ว อ.ลานสกา
เป็นสถานที่สูดอากาศที่ดีที่สุดในประเทศไทย ประกอบด้วยลานกว้างใหญ่บนไหล่ภูเขาธง  ด้านหลังเป็นทิวทัศน์ของป่าไม้ และภูเขาที่สวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ สูดอากาศที่ดีที่สุด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช




มีการสลักข้อความ "อากาศดีที่สุดในประเทศไทย" และ "The Best of Ozone in Thailand"




เมื่อวันที่ 6 ก.ย.2554  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชได้มาทำการเปิด 
"จุดสูดอากาศดีที่สุดในประเทศไทย"  อย่างเป็นทางการ 




เนื่องจากสำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ ได้ทำการตรวจสอบคุณภาพอากาศที่อ.ลานสกา พบว่าบริเวณดังกล่าว  มีค่า aqi ระหว่าง 17-19 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมาก เมื่อเปรียบเทียบกับ
พื้นที่อื่นๆในประเทศไทย ถือได้ว่า เป็นพื้นที่ที่มีอากาศดีและบริสุทธิ์มากที่สุดในประเทศไทย



ขับรถกลับโดยใช้เส้น 4015  ก่อนถึง อ.ลานสกา ประมาณ 5  กิโลเมตร จะมีป้ายขนาดใหญ่ 
“อุทยานแห่งชาติเขาหลวง” ทางซ้ายมือ เลี้ยวเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กม.ก็จะถึง 
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ (น้ำตกกะโรม) 




น้ำตกกะโรม  อยู่ในหมู่ 4 ต.เขาแก้ว อ.ลานสกา เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง 

น้ำตกกะโรมมีน้ำตกทั้งหมด 19 ชั้น เปิดบริการให้ท่องเที่ยวชมเพื่อการพักผ่อนเพียง 7 ชั้น คือ หนานทุเรียน หนานช่องไทร หนานไผ่ หนานน้ำราง หนานผึ้ง หนานเตย และ หนานดาดฟ้าซึ่งเป็นชั้นที่สวยงามที่สุด
 แลเห็นสายน้ำไหลพรั่งพรูลงจากหน้าผาสูงและลาดชัน 45 องศา ลดหลั่นลงมาตามโขดหินกว้างจนถึงแอ่งน้ำใหญ่เบื้องล่างที่สามารถลงเล่นน้ำได้ ตามปกติสายน้ำจะไหลแยกเป็น 2 สาย พอถึงช่วงหน้าฝนสายน้ำจะไหลหลากแผ่เต็มหน้าผาน่าชมมาก ในปี พ.ศ. 2450 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ 4 พระองค์ ได้เสด็จประทับทอดพระเนตรพื้นที่หนานดาดฟ้า ในปี พ.ศ. 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้เสด็จประทับทอดพระเนตรและทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อ “ว.ป.ร.2460” ที่หน้าผาหนานดาดฟ้า



เรามาถึงเย็นไปค่ะ ....ปิดทำการแล้วไม่ให้เข้าไปชมน้ำตก




อุทยานแห่งชาติเขาหลวง ได้รับรางวัล “ยอดเยี่ยม (กินรีทอง)” ประเภท “แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ” จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวประจำปี พ.ศ. 2541 อุทยานแห่งชาติเขาหลวงมีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ อ.ลานสกา อ.ฉวาง อ.เมือง อ.พิปูน อ.พรหมคีรี อ.ช้างกลาง และ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช มีเนื้อที่ประมาณ 356,250 ไร่ หรือ 570 ตารางกิโลเมตร 
เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศไว้ในพระราชกิจจานุเบกษา เล่ม 91 ตอนที่ 216 ลงวันที่ 18 ธันวาคม 2517 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 9 ของประเทศ 





เดินทางไปที่พัก ลอยชาเลต์  ขับรถออกมาที่เส้น 4015 อยู่ห่างจากทางเข้าอุทยานประมาณ 200 ม.

แม่ตุ๊กจองบังกาโลหลังเดี่ยวไว้ค่ะ (บ้านสะเดา) คืนละ 800 บ. เป็นห้องพักปรับอากาศ ขนาด 30 ตรม. 

ทีวีดาวเทียม  เครื่องทำน้ำอุ่น ห้องน้ำในตัว  แต่ไม่มีตู้เย็นนะคะ  

Wi-Fi ฟรี ที่บ้านพักสัญญาณอ่อนแต่ไปนั่งเล่นได้ที่ร้านอาหารด้านหน้าค่ะ




มีระเบียงหลังห้องกว้างมาก จัดปาร์ตี้ได้เลยค่ะ บ้านพักจะอยู่บนเนินเขา




ต้นไม้เยอะดีค่ะ มีวิวภูเขารอบๆ




เก็บของแล้วไปทานอาหารเย็นกันดีกว่า




ร้านอาหารอยู่ด้านหน้า วิวสวยมากๆ 



สั่งมาเต็มโต๊ะ เพราะหิวจัดค่ะ



ยำผักกูด ปลาอินทรีย์ทอดน้ำปลา กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา แกงจืดเต้าหู้หมูสับ ไข่เจียว
อาหารอร่อยมากและไม่แพงค่ะ รวมน้ำดื่ม ทั้งหมด 500 กว่าบาท





เดินย่อยอาหาร รอบๆรีสอร์ท




วันเสาร์ที่ 1 ก.พ. 2557

ตื่นนอน อาบน้ำเสร็จก็เช็คเอ้าท์เดินทางกลับบ้าน คุณป๋าต้องไปทำงานตอนเย็น




แวะทานอาหารเช้าที่ ตลาดร่อนพิบูลย์  ติ่มซำร้อนๆค่ะ
เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น