TUKEMD

__TUKEMD__ชื่อบ้าน อ่านว่า ตุ๊ก-เอ็ม-ดี นะจ๊ะ เป็นชื่อในเน็ตของแม่ตุ๊กเองค่ะ

บ้านหลังน้อย หลังนี้เป็นของแม่ตุ๊ก,น้องมะปราง และ คุณป๋า

เป็นบล็อกเพื่อบันทึกความสุข ความทรงจำ ในการท่องเที่ยวที่ต่างๆของครอบครัวเราค่ะ



2554/02/28

1.ทำบุญ-ไหว้พระที่วัดพะโคะ




วันศุกร์ที่ 18 ก.พ.54 เป็นวันมาฆบูชา

พวกเราวางแผนว่าจะไปทำบุญและเวียนเทียนกัน ตอนเช้าขอไปทำงานก่อนแล้วกลับมานอนกลางวันสักตื่น
ประมาณ13:30น.ก็ออกเดินทางไป อ.สทิงพระ จุดหมายคือวัดพะโคะ(หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด)
ไปทางเกาะยอข้ามสะพานติณฯ(เคยเป็นสะพานที่ยาวที่สุดในประเทศไทย)

บนเกาะยอก็มีวัดเก่าๆหลายวัด อันนี้ก็วัดพระนอน องค์ใหญ่มาก

การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 407 ทางสะพานติณสูลานนท์ผ่านเกาะยอ แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4083 (สงขลา-ระโนด)หลักกิโลเมตรที่ 110 ทางซ้ายมือ จะมีป้ายบอกทางเข้าวัดพะโคะ
ประมาณ 15:00น.ก็ถึงวัดแล้วด้านหน้าวัดมีรถบัสไม่มาก ต้องเดินขึ้นบันไดพญานาค พวกเราขี้เกียจเดินเลยขับรถอ้อมไปจอดด้านหลังวัดมีพระอุุโบสถเพิ่งสร้างเสร็จไม่นานสวยงามดี

รอบๆโบสถ์เป็นหินอ่อนหมด

เดินเล่นได้รอบๆเลยค่ะ

เดิมวัดนี้ปรากฏว่าพระชินเสนเป็นผู้สร้างราว พ.ศ.๕๐๐ ชื่อว่าวัดพระราชประดิษฐาน ฝังวิสุงคามสีมา

เป็นวัดจำพรรษาของ สมเด็จพะโคะหรือหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด



ระหว่าง พ.ศ.๒๐๙๑-๒๑๑๑ พระยาดำธำรงกษัตริย์ได้นิมนต์พระมหาอโนมทัสสี พระณไสยมุยและพระธรรมกาวา ให้ไปเอากระบวนพระมหาธาตุเมืองลังกา และมาสร้างเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ สูงหนึ่งเส้นห้าวา

ร่องรอยกำแพงโบราณ

มะปรางวิ่งเล่นรอบๆโบสถ์อย่างมีความสุข

พอได้เหงื่อก็เดินขึ้นไปข้างบนกันต่อดีกว่า

ที่ศาลาข้างบน เหมือนเพิ่งจัดงานไปเลยค่ะ

มีนี้มีพระพุทธรูปเรียงรายมากมาย

เดินวนได้รอบๆ


ข้างๆก็เป็นพระวิหารพระพุทธไสยาสน์

พระนอน องค์โตมากๆ แต่ข้างในดูไม่ค่อยสะอาดเหมือนไม่มีคนมาดูแล



พระพุทธไสยาสน์ ชื่อว่าพระพุทธโคตรมะ


มะปรางสงสัยว่าทำไมมีช้าง(ไม้) มากเหลือเกิน

ก็คือหลักช้าง มีคนมากราบไหว้ด้วย

เดินวนมาไหว้พระเจดีย์ทางด้านหน้ากัน

ต้องขึ้นบันไดไปอีกหลายขั้นเหมือนกัน


มะปรางวิ่งขึ้น-ลง แล้วไปวิ่งวนรอบเจดีย์อย่างสนุกสนาน
แดดร้อนมากๆๆ คุณป๋ากับแม่ตุ๊กนั่งไหว้อยู่ด้านล่างนี่แหละ

คุณป๋าต้องขอร้องให้มะปรางไปต่อซะที..... วิ่งไม่หยุด

เข้ามาไหว้พระในวิหารของหลวงปู่ทวด

วันนี้คนน้อย นั่งเล่นได้สบายๆ

เล่ากันว่า วันหนึ่งมีโจรสลัดแล่นเรือเลียบมาตามฝั่ง เห็นสมเด็จพะโคะเดินอยู่มีลักษณะแปลกกว่าคนทั้งหลายจึงใคร่จะลองดี โจรสลัดจอดเรือและจับสมเด็จพะโคะไป เมื่อเรือแล่นมาได้สักครู่เกิดเหตุเรือแล่นต่อไปไม่ได้ ต้องจอดอยู่หลายวัน จนในที่สุดน้ำจืดหมดลงโจรสลัดเดือดร้อน สมเด็จพะโคะสงสาร จึงเอาเท้าซ้ายแช่ลงไปในน้ำทะเลเกิดเป็นประกายโชติช่วง น้ำทะเลกลายเป็นน้ำจืด โจรสลัดเกิดความเลื่อมใสศรัทธากราบไหว้ขอขมา และนำสมเด็จพะโคะขึ้นฝั่ง

ตั้งแต่นั้นมาประชาชนจึงพากันไปกราบไหว้บูชากันเป็นจำนวนมาก

ไหว้พระเสร็จก็ต้องทำบุญด้วย

เดินออกมาด้านนอกจะพบ บ่อน้ำซักจีวรหลวงปู่ทวด

ก็มีการอธิษฐานขอพรแล้วโยนเหรียญค่ะ มะปรางไม่บอกว่าขออะไร

ตอนที่น้ำท่วมหาดใหญ่ 1 พ.ย.54 ที่วัดนี้ก็เสียหายจากลมมรสุมมากเหมือนกัน

เดินเล่นต่อสักพัก ก็ไปที่อื่นกันต่อดีกว่าค่ะ

ตามความนิยมของชาวบ้านเรียกชื่อวัดตามชื่อพระโคตรมะ ชื่อวัดพระราชประดิษฐานเดิมไม่นิยมใช้เรียกกันครั้นต่อมาวัดพระโคตะมะ เรียกเพี้ยนเป็นวัดพะโคะ

ปิดท้ายด้วยรูปนี้ค่ะ ท้องฟ้าสดใสมากมาย

กินไอติมกันคนละแท่งแล้วก็ไปเที่ยวต่อเลยคะ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น